การพัฒนาเว็บบริการสารสนเทศเพื่อตอบรับเทคโนโลยีสมัยใหม่


เทคโนโลยีสมัยใหม่ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว และมีราคาลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับในอดีตเมื่อประมาณ 10 ปีที่ผ่านมา ได้ทำให้จำนวนผู้ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศมีเพิ่มขึ้นทุกวัน และได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งที่จำเป็น ต่อการดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจในปัจจุบัน เทคโนโลยีเหล่านี้ได้แก่ อินเทอร์เน็ต การประชุมวิดีโอทางไกล ระบบเครือข่าย และระบบสารสนเทศเพื่อการวิเคราะห์และตัดสินใจ นอกจากนี้เทคโนโลยีเหล่านี้ยังถือว่าเป็นปัจจัยที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาองค์กรในอนาคต

การพัฒนาเว็บบริการสารสนเทศเพื่อตอบรับเทคโนโลยีสมัยใหม่ทำได้ไม่ยาก โดยคงจะต้องเริ่มจากวิสัยทัศน์ของ การพัฒนาเว็บ ว่าหน่วยงานหรือห้องสมุดท่าน ต้องการให้เว็บมีเป้าหมายเพื่ออะไร สอดรับการเป้าหมายองค์กรหรือไม่ ไม่ใช่พัฒนาเว็บเพราะหากแค่ให้มี หรือเห็นคนอื่นมี ทั้งนี้เว็บห้องสมุด หรือเว็บบริการสารสนเทศ จำเป็นต้องมีฟังก์ชันมากกว่านำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับห้องสมุด โดยต้องเริ่มจากการกำหนดกลุ่มผู้ใช้ที่ชัดเจน โดยการวิเคราะห์ผู้ใช้ทั้งมิติบุคคล และมิติพฤติกรรมที่เกี่ยวกับไอซีที เช่น พฤติกรรมการใช้อุปกรณ์ ICT รูปแบบการเข้าใช้งาน เพื่อให้สามารถพัฒนาเว็บให้รองรับการเข้าถึงที่เหมาะสมที่สุด นอกจากนี้ควรศึกษาเทคโนโลยีใหม่ๆ หรือเทคโนโลยีอุบัติใหม่ แล้วพิจารณาเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสม มาปรับให้เข้ากับเว็บไซต์ สำคัญที่สุดเนื้อหาที่นำเสนอต้องทันสมัย ปรับปรุงอย่างสม่ำเสมอ

การวิเคราะห์ผู้ใช้ ทำได้ไม่ยากในยุคนี้ โดยเริ่มต้นจากการวิเคราะห์จากข้อมูลเดิมก่อน จากนั้นจึงพัฒนาเว็บที่ติดตั้งเครื่องมือ Web Analytics เช่น Google Analytics, Truehits.net แล้วนำข้อมูลดังกล่าวมาวิเคราะห์ประเมินเพื่อปรับปรุงเว็บอย่างสม่ำเสมอ ปัญหาสำคัญของเว็บบริการสารสนเทศคือ ต้องพิจารณาผู้ใช้ให้ครอบคลุมเพราะผู้ใช้อาจจะเป็นไปได้ทั้งนักเรียน นักศึกษาที่สนใจ ICT และยังอาจจะเป็นนักวิจัย นักวิชาการที่ไม่ถนัดไอซีที และมีความต้องการเฉพาะแตกต่างจากนักเรียนนักศึกษาก็ได้

การพัฒนาเว็บยังต้องใส่ใจถึง การสื่อถึงภาพลักษณ์องค์กร ในหลายมมิติ เพราะปัจจุบันเว็บมักจะเป็นด่านแรกของการใช้งานข้อมูลของผู้ใช้ ดังนั้นหากข้อความต่างๆ ที่เขียนในเว็บมีความผิดพลาดย่อมส่งผลต่อความน่าเชื่อถือ หน่วยงานจึงควรใส่ใจการเขียนคำ โดยเฉพาะคำที่มักเขียนผิดบ่อย คำทับศัพท์ นอกจากนี้การใช้สี การใช้โลโก้ ก็เป็นการสร้างภาพลักษณ์อีกทางหนึ่ง

 

การพัฒนาเทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์แก่การศึกษา

การพัฒนาเทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์แก่การศึกษา

การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษา เครือข่ายคอมพิวเตอร์เพื่อโรงเรียนไทย และโครงการเครือข่ายคอมพิวเตอร์เพื่อโรงเรียนไทย ได้รับการจัดตั้งขึ้น และมีการดำเนินการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2538 โดยเป็นโครงการที่เชื่อมโยงโรงเรียนต่างๆ ในประเทศไทยเข้าด้วยกันผ่านเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมให้โรงเรียน ครู และนักเรียน ได้เข้าถึงศูนย์ข้อมูลอินเทอร์เน็ต ที่เป็นแหล่งความรู้จากทั่วโลกได้ และสามารถใช้ประโยชน์จากแหล่งข้อมูลขนาดใหญ่นี้ในการศึกษาค้นคว้าหาความรู้ ตลอดจนทำการแลกเปลี่ยน ข้อมูลข่าวสาร ความรู้ และการทำกิจกรรมต่างๆที่เป็นประโยชน์ทางการศึกษาร่วมกันบนเครือข่าย ต่อจากนั้น คณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบเมื่อวันที่ ๕ ตุลาคม 2542 ในการขยายเครือข่ายให้ครอบคลุมโรงเรียนทั้งในระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา และอาชีวะศึกษาทั่วประเทศที่มีความพร้อมรวม 5,000 โรงเรียน ซึ่งแต่ละโรงเรียนสามารถเชื่อมต่อเข้าสู่เครือข่ายอินเทอร์เน็ต ผ่านเลขหมายพระราชทาน 1509 ได้ฟรีโดยเสียค่าใช้จ่ายเพียงค่าโทรศัพท์ในอัตราท้องถิ่น ในการส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาทักษะของครูและนักเรียนนั้น เนคเทคได้มีความร่วมมือกับหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ดำเนินกิจกรรมต่างๆภายใต้โครงการเครือข่ายคอมพิวเตอร์เพื่อโรงเรียนไทยนี้ กิจกรรมเหล่านี้ได้แก่

การให้บริการเครือข่ายแก่โรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ และบริการ helpdesk เพื่อตอบคำถามและให้ความช่วยเหลือแก่โรงเรียนให้สามารถใช้ประโยชน์จากอินเทอร์เน็ตได้งานด้านกิจกรรมบนเครือข่าย อาทิ การจัดทำเว็บไซต์ของโครงการเพื่อเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนและเรียนรู้ข้อมูลข่าวสารต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ทางด้านการศึกษาให้แก่ โรงเรียน ครู อาจารย์ และ นักเรียน รวมทั้งบุคคลทั่วไป และยังเป็นแหล่งรวบรวมเว็บไซต์ของโรงเรียนจากทุกภาคทั่วประเทศ นอกจากนั้น ยังมีการจัดกิจกรรมสำหรับเยาวชน ได้แก่ เกมส์แข่งขันตอบปัญหา Digital Library ประจำสัปดาห์สำหรับเยาวชน โครงการ SchoolNet & ThaiBikeWorldและการส่งเสริมให้เยาวชนได้เข้าร่วมกิจกรรมนานาชาติ เช่น GLOBE, ThinkQuest เป็นต้น งานพัฒนาเนื้อหาความรู้สำหรับครู และนักเรียน ได้จัดทำโครงการโครงการพัฒนาห้องสมุดดิจิทัล (Digital Library) เพื่อเป็นการพัฒนาเนื้อหาความรู้สำหรับเครือข่ายเพื่อโรงเรียนไทย โครงการพัฒนาเครื่องมือสร้างเว็บเพจอย่างง่าย การจัดทำโครงการ “ประกวดเว็บไซต์เพื่อการศึกษาสำหรับครูและนักเรียน” โดยร่วมมือกับกรมวิชาการ และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษา แห่งชาติ การจัดทำโครงการ “พัฒนาห้องสมุดดิจิทัล โดยโรงเรียนในสังกัดกรมสามัญศึกษา” โดย ร่วมงานกับกรมสามัญศึกษา

การพัฒนาโปรแกรมต่างๆบนเว็บไซต์

การพัฒนาโปรแกรมต่างๆบนเว็บไซต์

การออกแบบขั้นตอนการทำงานของโปรแกรมเป็นขั้นตอนที่ใช้เป็นแนวทางในการลงรหัสโปรแกรม ผู้ออกแบบขั้นตอนการทำงานของโปรแกรมอาจใช้เครื่องมือต่างๆ ช่วยในการออกแบบ อาทิเช่น คำสั่งลำลอง (Pseudocode) หรือ ผังงาน (Flow chart) การออกแบบโปรแกรมนั้นไม่ต้องพะวงกับรูปแบบคำสั่งภาษาคอมพิวเตอร์ แต่ให้มุ่งความสนใจไปที่ลำดับขั้นตอนในการประมวลผลของโปรแกรมเท่านั้น การเขียนโปรแกรมเป็นการนำเอาผลลัพธ์ของการออกแบบโปรแกรม มาเปลี่ยนเป็นโปรแกรมภาษาคอมพิวเตอร์ภาษาใดภาษาหนึ่ง ผู้เขียนโปรแกรมจะต้องให้ความสนใจต่อรูปแบบคำสั่งและกฎเกณฑ์ของภาษาที่ใช้เพื่อให้การประมวลผลเป็นไปตามผลลัพธ์ที่ได้ออกแบบไว้ นอกจากนั้นผู้เขียนโปรแกรมควรแทรกคำอธิบายการทำงานต่างๆ ลงในโปรแกรมเพื่อให้โปรแกรมนั้นมีความกระจ่างชัดและง่ายต่อการตรวจสอบและโปรแกรมนี้ยังใช้เป็นส่วนหนึ่งของเอกสารประกอบ

การทดสอบโปรแกรมเป็นการนำโปรแกรมที่ลงรหัสแล้วเข้าคอมพิวเตอร์ เพื่อตรวจสอบรูปแบบกฎเกณฑ์ของภาษา และผลการทำงานของโปรแกรมนั้น ถ้าพบว่ายังไม่ถูกก็แก้ไขให้ถูกต้องต่อไป ขั้นตอนการทดสอบและแก้ไขโปรแกรม อาจแบ่งได้เป็น 3 ขั้น สร้างแฟ้มเก็บโปรแกรมซึ่งส่วนใหญ่นิยมนำโปรแกรมเข้าผ่านทางแป้นพิมพ์โดยใช้โปรแกรมประมวลคำ ใช้ตัวแปลภาษาคอมพิวเตอร์แปลโปรแกรมที่สร้างขึ้นเป็นภาษาเครื่อง โดยระหว่างการแปลจะมีการตรวจสอบความถูกต้องของรูปแบบและกฎเกณฑ์ในการใช้ภาษา ถ้าคำสั่งใดมีรูปแบบไม่ถูกต้องก็จะแสดงข้อผิดพลาดออกมาเพื่อให้ผู้เขียนนำไปแก้ไขต่อไป ถ้าไม่มีข้อผิดพลาด เราจะได้โปรแกรมภาษาเครื่องที่สามารถให้คอมพิวเตอร์ประมวลผลได้ ตรวจสอบความถูกต้องของการประมวลผลของโปรแกรม โปรแกรมที่ถูกต้องตามรูปแบบและกฎเกณฑ์ของภาษา แต่อาจให้ผลลัพธ์ของการประมวลผลไม่ถูกต้องก็ได้ ดังนั้นผู้เขียนโปรแกรมจำเป็นต้องตรวจสอบว่าโปรแกรมประมวลผลถูกต้องตามต้องการหรือไม่ วิธีการหนึ่งก็คือ สมมติข้อมูลตัวแทนจากข้อมูลจริงนำไปให้โปรแกรมประมวลผลแล้วตรวจสอบผลลัพธ์ว่าถูกต้องหรือไม่ ถ้าพบว่าไม่ถูกต้องก็ต้องดำเนินการแก้ไขโปรแกรมต่อไป การสมมติข้อมูลตัวแทนเพื่อการทดสอบเป็นสิ่งที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก ลักษณะของข้อมูลตัวแทนที่ดีควรจะสมมติทั้งข้อมูลที่ถูกต้องและข้อมูลที่ผิดพลาด เพื่อทดสอบว่าโปรแกรมที่พัฒนาขึ้นสามารถครอบคลุมการปฏิบัติงานในเงื่อนไขต่างๆ ได้ครบถ้วน นอกจากนี้อาจตรวจสอบการทำงานของโปรแกรมด้วยการสมมติตัวเองเป็นคอมพิวเตอร์ทีจะประมวลผล แล้วทำตามคำสั่งทีละคำสั่งของโปรแกรมนั้นๆ วิธีการนี้อาจทำได้ยากถ้าโปรแกรมมีขนาดใหญ่ หรือมีการประมวลผลที่ซับซ้อน

การพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์และเครือข่ายอินเตอร์เน็ตภายในสถานศึกษาด้วยซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์ส

666

ปัจจุบันเทคโนโลยีทางการศึกษาได้มีการเปลี่ยนแปลงขอบเขตขยายกว้างมาก ไม่ได้มีการจำกัดอยู่เพียงด้านการใช้สื่อการเรียนการสอนที่ทันสมัย การนำเทคโนโลยีโสตทัศนูปกรณ์และวิธีการจัดการเรียนการสอนที่ทันสมัยเท่านั้น ในยุคของสารสนเทศ ระบบคอมพิวเตอร์และเครือข่ายอินเตอร์เน็ตได้เข้ามามีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาการจัดการศึกษาเป็นอย่างมาก ด้วยคุณสมบัติที่สามารถประมวลผล นำเสนอในแบบสื่อผสม เป็นเครื่องมือด้านการสื่อสารและด้านความรู้จากแหล่งเรียนรู้ได้มากมายหลายรูปแบบ

ด้วยเหตุนี้การจัดการศึกษาภายในสถานศึกษาจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้อง ได้รับการพัฒนาในด้านระบบคอมพิวเตอร์และเครือข่ายอินเตอร์เน็ตอันเป็นโครงสร้างพื้นฐาน ทางเทคโนโลยีเพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพทันต่อความต้องการ ซึ่งการนำระบบสารสนเทศมาใช้เพื่อพัฒนาการจัดการศึกษาภายในสถานศึกษา สามารถแบ่งออกได้ 2 ลักษณะ คือ การใช้ระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการ และการใช้ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการเรียนการสอน สำหรับการบริการจัดการยังมีการใช้งานไม่มากเท่าที่ควรซึ่งจะแตกต่างกับการใช้ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการเรียนการสอน ดังนี้ ระบบอินเตอร์เน็ตเพื่อความสามารถในการเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ภายนอกสถานศึกษา ระบบ E-Library / E-Learning ภายในสถานศึกษา ระบบสื่อสารภายในสถานศึกษาด้วย E-Mail และเว็บบอร์ดและ ยังสามารถเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ข่าวสารและผลการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ของสถานศึกษาสู่สาธารณะชนได้

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนงานวิชาการและการจัดการเรียนการ สอนเป็นสำคัญ แต่ก็ยังเอื้อประโยชน์ต่องานด้านการบริหารจัดการด้วย ยังเป็นช่องทางในการติดต่อกับหน่วยงานอื่นๆ ภายนอกสถานศึกษา เช่น การดาวโหลดเอกสารสำคัญจากเขตพื้นที่การศึกษา การสื่อสารด้วยจดหมาย อิเล็กทรอนิกส์ของบุคลากรภายในสถานศึกษา เป็นต้น

ซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สกับการใช้งานในสถานศึกษา

ซอฟต์แวร์หรือโปรแกรมคอมพิวเตอร์เป็นส่วนประกอบหนึ่งที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาระบบสารสนเทศภายในสถานศึกษา ด้วยสภาพแวดล้อมในปัจจุบันของสถานศึกษา พัฒนาการของเทคโนโลยี รวมไปถึงทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด หากพิจารณาคุณสมบัติของซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สแล้วจะเห็นได้ว่า มีความเหมาะสมต่อการนำมาใช้ในสถานศึกษาเป็นอย่างยิ่ง โดยที่ลีนุกซ์และซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สสามารถตอบสนองงานในส่วน ของการสนับสนุน ให้เกิดการประยุกต์ใช้งานในด้านต่างๆ ได้อย่างครบถ้วน คุ้มค่าและมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะช่วยให้องค์กรและสถานศึกษาสามารถทดำเนินการได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้น

การนำเครือข่ายอินเตอร์เน็ตมาประยุกต์ใช้ทางด้านการศึกษา

ปัจจุบันหลายๆประเทศต่างได้นำอินเทอร์เน็ตไปประยุกต์ใช้ในกระบวนการเรียนการสอน จนถือได้ว่าอินเทอร์เน็ตกลายเป็นเทคโนโลยีการศึกษาของยุคปัจจุบันไปแล้ว การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต ทำให้เกิดผลกระทบต่อผู้เรียนในด้านทักษะการคิดอย่างมีระบบ โดยเฉพาะทำให้ทักษะการวิเคราะห์สืบค้น การคิดเชิงวิเคราะห์ การวิเคราะห์ข้อมูล การแก้ปัญหา และการคิดอย่างอิสระ ทั้งนี้เนื่องจากเครือข่ายคอมพิวเตอร์เป็นแหล่งรวมข้อมูลมากมายมหาศาล ผู้เรียนจึงจำเป็นต้องทำการวิเคราะห์อยู่เสมอ เพื่อแยกแยะข้อมูลที่เป็นประโยชน์และไม่เป็นประโยชน์สำหรับตนเอง

สนับสนุนการสื่อสารและการร่วมมือกันของผู้เรียนไม่ว่าจะในลักษณะของผู้เรียนร่วมห้อง หรือผู้เรียนต่างห้องเรียนบนเครือข่ายด้วยกัน เช่น การที่ผู้เรียนห้องหนึ่งต้องการที่จะเตรียมข้อมูลเกี่ยวกับการถ่ายภาพเพื่อส่งไปให้อีกห้องเรียนหนึ่งนั้น ผู้เรียนในห้องแรกจะต้องช่วยกันตัดสินใจทีละขั้นตอนในวิธีการที่จะเก็บรวบรวมข้อมูลและการเตรียมข้อมูลอย่างไร เพื่อส่งข้อมูลเรื่องการถ่ายภาพนี้ไปให้ผู้เรียนอีกห้องหนึ่งโดยที่ผู้เรียนต่างห้องสามารถเข้าใจได้โดยง่าย

ในการนำเครือข่ายมาใช้เชื่อมโยงกับกิจกรรมการเรียนการสอนนั้น นักการศึกษาสามารถที่จะบูรณาการการเรียนการสอนในวิชาต่างๆเช่น คณิตศาสตร์ ภูมิศาสตร์ สังคม ภาษา วิทยาศาสตร์ ฯลฯ เข้าด้วยกัน ช่วยขยายขอบเขตของห้องเรียนออกไป เพราะผู้เรียนสามารถที่จะใช้เครือข่ายในการสำรวจปัญหาต่างๆที่ผู้เรียนมีความสนใจ นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ทำงานร่วมกับผู้อื่น ซึ่งอาจมีความคิดเห็นแตกต่างกันออกไป ทำให้มุมมองของตนเองกว้างขึ้น การที่เครือข่ายอินเทอร์เน็ตอนุญาตให้ผู้เรียนสามารถเข้าถึงผู้เชี่ยวชาญหรือผู้ที่ให้คำปรึกษาได้และการที่ผู้เรียนมีความอิสระในการเลือกศึกษาสิ่งที่ตนเองสนใจ ถือเป็นแรงจูงใจสำคัญอย่างหนึ่งในการเรียนรู้ของผู้เรียน ส่วนผลพลอยได้จากการที่ผู้เรียนทำโครงการบนเครือข่ายต่างๆนี้ ทำให้ผู้เรียนมีโอกาสที่จะทำความคุ้นเคยกับโปรแกรมประยุกต์ต่างๆบนคอมพิวเตอร์ไปด้วยในตัว เป็นการใช้กิจกรรมบนเครือข่ายคอมพิวเตอร์ช่วยทำให้ผู้เรียนได้เรียนรู้เกี่ยวกับสังคม วัฒนธรรมและโลกมากขึ้น ทั้งนี้เนื่องจากเครือข่ายอินเทอร์เน็ต อนุญาตให้ผู้เรียนสามารถสื่อสารกับผู้คนทั่วโลกได้อย่างรวดเร็ว และสามารถสืบค้นหรือเผยแพร่ข้อมูลสารสนเทศจากทั่วโลกได้เช่นกัน รวมถึงเป็นแหล่งความรู้ขนาดใหญ่สำหรับผู้เรียน โดยที่สื่อประเภทอื่นๆไม่สามารถทำได้ กล่าวคือ ผู้เรียนสามารถค้นหาข้อมูลในลักษณะใดๆก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นข้อความ ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว หรือในรูปแบบของสื่อประสม โดยการสืบค้นผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ตที่โยงไยกับแหล่งข้อมูลต่างๆทั่วโลก