แนวทางหลักการออกแบบเว็บไซต์เพื่อเป็นแนวทางการสร้างและพัฒนาเว็บไซต์

แนวทางหลักการออกแบบเว็บไซต์สามารถแบ่งออกเป็นขั้นตอนต่าง ๆ เพื่อให้เหมาะสมกับผู้เริ่มต้นใช้เป็นแนวทาง ในการสร้างและพัฒนาเว็บไซต์

· การวางแผน การวางแผนนับว่ามีความสำคัญมากในการสร้างเว็บไซต์ เพื่อให้การทำงานในขั้นตอนต่าง ๆ มีแนว ทางที่ชัดเจนและสามารถปฏิบัติได้ตามที่ตั้งเป้าไว้ ซึ่งประกอบด้วย

· การกำหนดเนื้อหาและจุดประสงค์ของเว็บไซต์ การกำหนดเนื้อหาและจุดประสงค์ของเว็บไซต์ที่จะสร้าง นับเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากในการเริ่มต้นสร้างเว็บไซต์เลยทีเดียว เพื่อให้เห็นภาพว่าเราต้องการนำเสนอข้อมูลแบบใด เช่น เว็บไซต์เพื่อให้ข้อมูลข่าวสาร การบริการด้านต่าง ๆ หรือขายสินค้า เป็นต้น เมื่อสามารถกำหนดจุดประสงค์ของเว็บไซต์ได้แล้ว เงื่อนไขเหล่านี้จะเป็นตัวกำหนดโครง สร้างรูปแบบรวมถึงหน้าตา และสีเว็บไซต์ของเราด้วย

· การกำหนดกลุ่มเป้าหมาย
เพื่อให้การสร้างและออกแบบเว็บไซต์ได้รับความนิยม การกำหนดกลุ่มเป้าหมายในการเข้าชมเว็บไซต์ก็นับว่ามีส่วนสำคัญไม่น้อย เช่น เว็บไซต์สำหรับเยาวชน นักเรียน นักศึกษาในการค้นหาข้อมูล หรือเว็บไซต์สำหรับบุคคลทั่วไปที่เข้าไปใช้บริการต่าง ๆ เป็นต้น

· การเตรียมข้อมูล เนื้อหาหรือข้อมูลจัดว่าเป็นสิ่งที่เชิญชวนให้ผู้อื่นเข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์ และต้องทราบว่าข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ สามารถนำมาจากแหล่งใดบ้าง เช่น การคิดนำเสนอข้อมูลด้วยตัวเอง หรือนำข้อมูลที่น่าสนใจมาจากสื่ออื่น เช่น หนังสือพิมพ์ แมกกาซีน เว็บไซต์ และที่สำคัญ ขออนุญาตเจ้าของบทความก่อนเพื่อป้องกันเรื่องลิขสิทธิ์ด้วย

· การเตรียมสิ่งต่าง ๆ ที่จำเป็น ในการออกแบบเว็บไซต์ต้องอาศัยความสามารถต่าง ๆ เช่น โปรแกรมสำหรับสร้าง เว็บไซต์ ภาพเคลื่อนไหว มัลติมีเดีย การจดโดเมนเนม การหาผู้ให้บริการรับฝากเว็บไซต์ (Web Hosting) เป็นต้น

· การจัดโครงสร้างข้อมูล เมื่อได้ข้อมูลต่าง ๆ เช่น กำหนดเนื้อหาและจุดประสงค์ของเว็บไซต์ การกำหนดกลุ่มเป้าหมาย การเตรียมข้อมูล การเตรียมสิ่งต่าง ๆ ที่จำเป็นจากขั้นแรกเรียบร้อยแล้ว ในขั้นตอนนี้ เราจะจัดระบบเพื่อใช้เป็นกรอบสำหรับการออกแบบและดำเนินการในขั้นตอนต่อไป ซึ่งมีรายละเอียด ดังนี้

· โครงสร้างและสารบัญของเว็บไซต์

· การใช้ระบบนำผู้เข้าชมไปยังส่วนต่าง ๆ ภายในเว็บไซต์หรือที่เราเรียกว่าระบบนำทาง (Navigation)

· องค์ประกอบที่ต้องนำมาใช้ เช่น สื่อมัลติมีเดีย ภาพกราฟิก แบบฟอร์มต่าง ๆ

· การกำหนดรูปแบบและลักษณะของเว็บเพจ

· การกำหนดฐานข้อมูล ภาษาสคริปต์หรือแอปพลิเคชันที่นำมาใช้ในเว็บไซต์

· การบริการเสริมต่าง ๆ

· การออกแบบเว็บไซต์ นับเป็นขั้นตอนในการออกแบบรูปร่าง โครงสร้างและลักษณะทางด้านกราฟิกของหน้าเว็บเพจโดย โปรแกรมที่เหมาะสมในการออกแบบคือ Photoshop หรือ Fireworks ซึ่งจะช่วยในการสร้างเค้าโครงของหน้าเว็บและองค์ประกอบต่าง ๆ เช่น ชื่อเว็บไซต์ โลโก้ รูปไอคอน ปุ่มไอคอน ภาพเคลื่อนไหว แบนเนอร์โฆษณา เป็นต้น

· ในการออกแบบเว็บไซต์นั้นยังต้องคำนึงถึงสีสันและรูปแบบของส่วนประกอบต่าง ๆ ที่ไม่ใช่ภาพกราฟิก เช่น ขนาดของตัวอักษร สีของข้อความ สีพื้น ลวดลายของเส้นกรอบเพื่อความสวยงามและดึงดูดผู้เยี่ยมชมด้วย

การพัฒนาซอฟต์แวร์แบบออปเจ็กกับเทคโนโลยีในการพัฒนาเว็บ

อินเทอร์เน็ตเป็นตัวอย่างของความสำเร็จของเทคโนโลยีที่ได้รับการขานรับจากทั่วโลก ปัจจุบันการเติบโตของอินเทอร์เน็ตได้ครอบคลุมทั่วทั้งโลก และเชื่อมโยงกันจนกลายเป็นถนนของข้อมูลข่าวสารที่เป็นเสมือนใยแมงมุมคลุมทุกหนทุกแห่งไว้หมด ในที่สุดทุกคนบนพื้นโลกจะใช้ข้อมูลข่าวสาร และรับส่งข่าวสารผ่านเครือข่ายนี้ โดยมีเพียง พีซีเครื่องหนึ่งกับซอฟต์แวร์ที่เรียกว่าบราวเซอร์ก็ทำให้สามารถเชื่อมต่อเข้าสู่เครือข่าย ภายในองค์กรก็มีการเชื่อมโยงกลุ่มทำงานที่เรียกว่าเวิร์กกรุปเข้าด้วยกัน และเชื่อมเข้าสู่อินเทอร์เน็ตในที่สุด เมื่อเป็นเช่นนี้การแสดงภาพขององค์กรหรือบุคคลบนเครือข่ายจึงใช้สัญญลักษณ์ที่เรียกว่าโฮมเพ็จ หรือสถานีบริการที่นำข้อมูลข่าวสารมาวางไว้ เพื่อเป็นตัวแทนองค์กรหรือบุคคล การทำงานทุกอย่างในยุคต่อจากนี้ไปจะใช้เทคโนโลยีเว็บนี้เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องอยู่ด้วยเสมอ สภาพการทำงานหลายอย่างจะเปลี่ยนลักษณะและบทบาทที่เคยเป็น การดำเนินงานจึงต้องหันมาสร้างประโยชน์บนเว็บนี้ให้มากที่สุด

สถาปนิกสามารถออกแบบบ้านบนเครื่องคอมพิวเตอร์ และแสดงบนเว็บ สามารถส่งต่อให้กับลูกค้าได้ชม โดยมีโปรแกรมสมมุติที่จะดูรูปแบบได้เหมือนจริง และยังส่งให้วิศวกรคำนวณโครงสร้าง ประเมินราคา หากไม่พอใจบางส่วนก็ปรับแต่งแก้ไขบนคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมโยงถึงกันได้

การออกแบบผลิตภัณฑ์ทางอุตสาหกรรมก็ใช้โปรแกรมพวก CAD – Computer Aided Design เมื่อออกแบบเสร็จก็เชื่อมโยงผ่านเครือข่าย เพื่อส่งต่อส่วนการผลิตหรือตรวจสอบต่าง ๆ การผลิตก็ใช้โปรแกรมประเภทคอมพิวเตอร์ช่วยในการผลิต ที่เรียกว่า CAM – Computer Aided Manufacturing เครื่องจักรส่วนใหญ่ใช้คอมพิวเตอร์ควบคุมและเชื่อมต่อกันเป็นเครือข่าย ทำให้การใช้วัตถุดิบที่เชื่อมโยงไปยังบริษัทผู้ขายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ การเกี่ยวโยงยังครอบคลุมถึงการควบคุมสินค้าคงคลังและฝ่ายบัญชีของบริษัท

การค้าขายที่เรียกว่า อีคอมเมิร์ช (Ecommerce) จะเข้ามามีบทบาทต่อการค้ายุคใหม่ การทำงานภายในสำนักงานจะมีการสร้างกลุ่มงานที่ทำงานร่วมกัน โดยอาศัยเครือข่ายเป็นตัวเชื่อมโยง การค้าขายบนเครือข่ายทำให้เป้าหมายของลูกค้ากว้างไกลออกไปอีกมาก การนำเสนอสินค้าที่อยู่ในรูปของโฮมเพ็จจะมีการพัฒนาให้ก้าวหน้าไปอีกมาก ในยุคต่อจากนี้ การนำเสนอบนอินเทอร์เน็ตจะพึ่งพาเทคโนโลยีมัลติมีเดีย และการแสดงที่มีลักษณะสมจริงมากขึ้น

ในอนาคต ถ้าเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเกิดขัดข้องหรือล้มเหลวลง จะทำให้กิจการการทำงานหลายอย่างมีปัญหาและอาจจะเป็นความโกลาหลได้ การสั่งซื้อสินค้าและวัตถุดิบที่ใช้ระบบการแลกเปลี่ยนข้อมูลจะหยุดชงัก จนมีผู้พูดติดตลกว่า เงินเดือนอาจจะไม่สามารถจ่ายได้ เพราะระบบโปรแกรมเงินเดือนที่ทำงานร่วมกันอยู่บนเว็บไม่สามารถรับข้อมูลมาประมวลผลได้หมด

เทคโนโลยีเว็บจึงประกอบด้วยตัวเทคโนโลยีสองส่วน ส่วนหนึ่งคือเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่ต้องพัฒนาให้ถนนของข้อมูลข่าวสารมีขนาดกว้างและรวดเร็วมากขึ้น การเชื่อมโยงติดต่อถึงกันเป็นเครือข่ายของโลก มีระบบการดูแลและรักษาความปลอดภัยของข้อมูลได้ดีขึ้น เทคโนโลยีอีกส่วนหนึ่งคือเทคโนโลยีทางด้านซอฟต์แวร์ ปัจจุบันมีการพัฒนาในรูปแบบแนวทางการพัฒนาเชิงวัตถุ หรือที่เรียกว่า ออปเจ็ก โอเรียนเต็ด (Object Oriented) ทำให้ซอฟต์แวร์บนเครือข่ายมีลักษณะเป็นรูปธรรม ผู้ใช้งานใช้เพียงบราวเซอร์หรือสถานีปลายทาง แต่สามารถเรียกซอฟต์แวร์จากเชิร์ฟเวอร์ให้มาทำงานบนเครื่องของตนเองได้ การพัฒนาซอฟต์แวร์เชิงวัตถุแบบกระจายจะเป็นหนทางที่ทำให้ความซับซ้อนของระบบงานเป็นไปได้อีกมาก การทำงานร่วมกันบนเครือข่ายจะอาศัยซอฟต์แวร์ที่เป็นออปเจ็ก กระจายอยู่ในที่ต่าง ๆ ซอฟต์แวร์แบบออปเจ็กเหล่านี้สร้างการประยุกต์ใช้งานด้านต่าง ๆ ได้อีกมากมายมหาศาล

เพราะฉะนั้นแล้วการดำเนินการทางธุรกิจจึงต้องพึ่งซอฟต์แวร์แนวใหม่นี้ เพื่อทำให้การทำงานบนเครือข่ายมีลักษณะสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น

ประโยชน์และคุณสมบัติของนักพัฒนาโปรแกรมที่ดี

ในทุกวันนี้คอมพิวเตอร์มีประโยชน์ต่อชีวิตประจำวันของมนุษย์มากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งในด้านการทำงาน เช่น ระบบในธนาคาร การควบคุมเส้นทางการบิน และการผลิตในส่วนต่างๆ รวมไปถึงการให้ความบันเทิงทั้งภาพและเสียงตลอดจนมีประโยชน์ในการศึกษาหาความรู้ โดยผ่านอินเตอร์เน็ตที่มีการรวบรวมข้อมูลไว้

การที่คอมพิวเตอร์สามารถทำงานได้นั้น ต้องมีคนคอยป้อนคำสั่งในการทำงานเป็นลำดับขึ้นตอน โดยภาษาที่ใช้ในการควบคุมคอมพิวเตอร์นั้นเราเรียกกันว่าภาษาโปรแกรม ซึ่งมีผู้คิดค้นภาษาเหล่านี้เอาไว้มากมาย และสามารถใช้งานได้หลากหลาย เช่น ภาษาซี ภาษาโคบอล ภาษาดีเบส เป็นต้น

โปรแกรมเมอร์ เป็นผู้ที่เขียนคำสั่งควบคุมให้คอมพิวเตอร์ทำงานได้ตามที่ผู้ใช้ต้องการ สร้างผลงานโปรแกรมต่างๆขึ้นมากมาย และโปรแกรมที่เขียนออกมายังสามารถงานได้ดี ก็จะนำออกมาจำหน่ายให้ผู้ใช้ หรือที่เรียกกันโดยทั่วไปว่า ยูสเซอร์ ในปัจจุบันจึงมีโปรแกรมต่างๆที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ได้อย่างสะดวกสบาย เช่น โปรแกรมเวิร์ด โปรแกรมตารางคำนวณ แกรมตกแต่งภาพกราฟฟิค เป็นต้น

นอกจากนี้โปรแกรมทางด้านความบันเทิง เช่นเกมส์ต่างๆ ยังช่วยสร้างรายได้ให้แก่นักเขียนโปรแกรมอย่างมากมาย ดังนั้นผู้ที่มีความรู้ทางด้านเขียนโปรแกรมจึงมีประโยชน์อย่างมาก ดังนี้

1.ช่วยสร้างรายได้ ถ้าโปรแกรมเมอร์สามารถพัฒนาโปรแกรมของตนให้ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ได้ ย่อมสร้างรายได้อย่างมหาศาล
2.ทำให้ชีวิตประจำวันของผู้ใช้มีความสะดวกสบายและมีเวลาในการพักผ่อนมากขึ้น
3.มีประโยชน์ในด้านการศึกษา ทำให้นักเรียนเข้าใจในบทเรียน และสามารถทบทวน ค้นคว้าในเรื่องราวต่างๆได้มากขึ้น
4.ช่วยในด้านความผ่อนคลาย ความบันเทิง ไม่ว่าจะดูหนัง ฟังเพลง ทำให้ลดการเหน็ดเหนื่อยในการทำงานในชีวิตประจำวันได้ และทำให้มีเวลาพักผ่อนกับครอบครัวมากขึ้น

นอกจากการเขียนโปรแกรมจะมีประโยชน์มากมาย แต่ในปัจจุบันก็ยังขาดผู้ที่มีคุณสมบัติในการเขียนโปรแกรม และยังเป็นที่ต้องการในหน่วยงานต่างๆอีกด้วย โดยคุณสมบัติของผู้ที่เป็นโปรแกรมเมอร์ได้นั้นจะต้อง มีความสนใจมีความขยัน กระตือรือร้น มีการพัฒนาตนเองค้นคว้าหาความรู้อยู่เสมอมีแนวคิดกว้างไกล เป็นผู้ที่รู้จักฟังความคิดเห็นของคนอื่นที่แนะนำถ้าได้รับคำแนะนำที่ดี ก็ควรทำการปรับปรุงโปรแกรมเป็นต้น

กลยุทธ์การขายห้องพักผ่านหน้าเว็บไซต์โรงแรม โดยการพัฒนาเว็บไซต์ให้มีคุณภาพ


การขายห้องพักผ่านหน้าเว็บไซต์ของโรงแรมให้ได้ดี และมีประสิทธิภาพ โรงแรมต่างๆ จำเป็นที่จะต้องมีกลยุทธ์ทางด้าน Website Marketing ที่ดี ไม่ใช่มีเพียงแค่มีเว็บไซต์แล้วจะสามารถขายห้องพักของโรงแรมให้แก่ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตได้มากขึ้นโดยไม่มีการนำเอากลยุทธ์ที่เกี่ยวข้องมาใช้งาน เพราะในโลกของการตลาดและการขายห้องพักบนอินเทอร์เน็ตนั้นมีการแข่งขันกันสูง

การที่โรงแรมมีเว็บไซต์ของตนเอง แต่ไม่มีกลยุทธ์ในการนำมาใช้ ก็ไม่ต่างอะไรกับการมีโบรชัวร์ของโรงแรมไว้แจกให้แก่ลูกค้าเมื่อต้องการ หรือเป็นเพียงสื่อนำเสนอสำหรับพนักงานขายใช้เปิดให้ลูกค้าได้ดูเมื่อทำการนำเสนอสินค้าและบริการระหว่างกระบวนการขายที่ทำได้วันละไม่กี่รายแต่เพียงเท่านั้น และไม่สามารถสร้างยอดขายเพิ่มเติมผ่านทางหน้าเว็บไซต์ได้เพราะลูกค้าเหล่านี้จะซื้อผ่านพนักงานขายเป็นหลัก ดังนั้นโรงแรมจึงมีความจำเป็นที่ต้องสร้างและพัฒนากลยุทธ์การใช้งานเว็บไซต์ของโรงแรมเอง เพื่อใช้ในด้านการตลาดและการขายของโรงแรมดังนี้

1.Traffic Optimization  คือการเพิ่มจำนวนผู้ชมให้แก่เว็บไซต์ของโรงแรมด้วยวิธีการต่างๆ ทั้ง Online และ Off-Line เพื่อให้เว็บไซต์ของโรงแรมเป็นที่รู้จักของลูกกลุ่มเป้าหมาย และสามารถค้นหาได้ทางอินเทอร์เน็ต
2.Click Through Rate Optimization  คือการเพิ่มจำนวนผู้ที่คลิ๊กเข้ามาชมเว็บไซต์จากผลการค้นหาคำ (Search Result) ใน Search Engine ต่างๆ ที่มี Meta Tilte กับ Meta Description เป็นองค์ประกอบสำคัญในการที่จะดึงดูด หรือชักนำให้ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตคลิ๊กเข้าไปชมรายละเอียดของเนื้อหาที่มีอยู่ในเว็บไซต์ของโรงแรม
3.Conversion Rate Optimization  คือการเพิ่มอัตราการเปลี่ยนจากผู้ชมเว็บไซต์มาเป็นลูกค้าโดยการจองห้องพักผ่านเว็บไซต์ของโรงแรมให้มากขึ้นด้วยวิธีการต่างๆ
4.Website Analytics  คือการวิเคราะห์เว็บไซต์ในด้านต่างๆ เพื่อหาปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์นำมาใช้ในการปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพของเว็บไซต์ และจัดทำกลยุทธ์ต่างๆ ตามความต้องการของโรงแรมต่อไป

ถ้าโรงแรมทั้งหลายสร้างและพัฒนากลยุทธ์ต่างๆ ของตนเองมาใช้ในด้าน Website Marketing  และบูรณาการเข้าด้วยกันอย่างรอบด้าน ก็จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการขายห้องพักผ่านเว็บไซต์ของโรงแรมตนเองได้เป็นอย่างดี

เทคโนโลยีสารสนเทศช่วยให้โลกมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

การนำคอมพิวเตอร์มาใช้งานจัดการกับข้อมูล ข่าวสาร

หรือที่เรียกว่าสารสนเทศ ศาสตร์ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศเป็นศาสตร์ที่ใหม่มาก และมีความสำคัญมากในสังคมปัจจุบัน และถือเป็นหนึ่งในสามศาสตร์หลักที่ถูกกล่าวว่าจะมีผลต่อสังคมในอนาคตมากที่สุด โดยปัจจุบันมีผู้กล่าวถึงเทคโนโลยีสารสนเทศกันอย่างกว้างขวาง โดยเราจะรู้จักกันทั่วไปในชื่อสั้นๆว่า ไอที (IT) รัฐบาลไทยเองก็เล็งเห็นความสำคัญด้านนี้มาก กระบวนการนำเอาเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีการสื่อสารมาใช้ในการจัดเก็บ ข้อมูลข่าวสาร เป็นเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องตั้งแต่ การเก็บรวบรวมข้อมูล การประมวลผล การแสดงผลลัพธ์ การทำสำเนา และการสื่อสารโทรคมนาคม เพื่อให้ได้สารสนเทศที่เหมาะสมมีประสิทธิภาพและสามารถนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริง

เทคโนโลยีสารสนเทศหรือไอทีนั้นได้ถูกกล่าวถึงกันมากในช่วงสิบกว่าปีที่ผ่านมานี้เองหลังจากอินเตอร์เน็ตเป็นที่แพร่หลาย โดยเทคโนโลยีสารสนเทศจะเน้นการประยุกต์ใช้งานคอมพิวเตอร์ในด้านต่างๆไม่ว่าจะเป็นงานด้านธุรกิจ งานด้านการสื่อสาร งานในสายการผลิต งานด้านบริการ เป็นต้น เทคโนโลยีสารสนเทศนั้นค่อนข้างเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว โดยจะมีเทคโนโลยีใหม่ๆเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา จุดเด่นของเทคโนโลยีสารสนเทศคือ เน้นศึกษาวิธีการนำคอมพิวเตอร์ไปประยุกต์ใช้งาน จัดการเกี่ยวกับข้อมูลข่าวสารหรือสารสนเทศ ซึ่งรวมไปถึงเทคโนโลยีระบบเคลื่อนที่ เช่น มือถือ และการจัดการธุรกิจและการลงทุนที่เกี่ยวกับสารสนเทศ

เทคโนโลยีสารสนเทศทำให้เกิดแนวโน้มการเปลี่ยนแปลง

- การเปลี่ยนเป็นสังคมสารสนเทศ ปัจจุบันสังคมโลกกำลังเปลี่ยนแปลงเข้าสู่สังคมสารสนเทศ โดยคอมพิวเตอร์และระบบสื่อสารมีบทบาทในการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ
- การทำงานที่ไร้เงื่อนไขของเวลาและสถานที่ เทคโนโลยีสารสนเทศทำให้เกิดสภาพทางการทำงานแบบทุกสถานที่และทุกเวลา
- ระบบเศรษฐกิจเชื่อมโยงทั่วโลก เทคโนโลยีสารสนเทศส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจซึ่งเปลี่ยนจากระบบแห่งชาติไปเป็นเศรษฐกิจโลก
- เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ เทคโนโลยีสารสนเทศได้ถูกนำมาประยุกต์ใช้งานใหม่ๆ

การนำระบบสารสนเทศมาใช้ให้เกิดประโยชน์

•  ระบบสารสนเทศทำให้การปฏิบัติงานมีความรวดเร็วมากขึ้น โดยใช้กระบวนการประมวลผลข้อมูลซึ่งจะทำให้สามารถเก็บรวบรวม ประมวลผลและปรับปรุงข้อมูลให้ทันสมัยได้อย่างรวดเร็ว
•  ช่วยลดต้นทุน การที่ระบบสารสนเทศช่วยทำให้การปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับข้อมูล ซึ่งมีปริมาณมากมีความสลับซับซ้อนให้ดำเนินการได้โดยเร็ว
•  ช่วยให้การติดต่อสื่อสารเป็นไปอย่างรวดเร็ว การใช้เครือข่ายทางคอมพิวเตอร์ทำให้มีการติดต่อได้ทั่วโลกภายในเวลาที่รวดเร็ว และการติดต่อสื่อสารดังกล่าวจะทำให้ข้อมูลที่เป็นทั้งข้อความ เสียง ภาพนิ่ง และภาพเคลื่อนไหวสามารถส่งได้ทันที
•  ระบบสารสนเทศช่วยทำให้การประสานงานระหว่างฝ่ายต่างๆเป็นไปได้ด้วยดีโดยเฉพาะหากระบบสารสนเทศนั้นออกแบบ เพื่อเอื้ออำนวยให้หน่วยงานทั้งภายในและภายนอกที่อยู่ในระบบของซัพพลายทั้งหมด